Home Article Visual Composer เครื่องมือสร้างสรรค์งานเว็บไซต์ใน WordPress

Visual Composer เครื่องมือสร้างสรรค์งานเว็บไซต์ใน WordPress

43
0
SHARE

เคยเขียนถึงบทบาทและความสำคัญของเว็บไซต์ไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากตอนนี้อะไรๆ ก็เข้าไปอยู่ใน Facebook เสียหมด จะขายของก็ขายผ่าน Facebook Page จนเว็บไซต์สำเร็จรูปดูจะเงียบเหงาไป จะสร้างกลุ่มหรือคลับก็ใช้ Facebook Group จนเว็บบอร์ดหลายๆ แห่งเริ่มจะเงียบหายไป

แต่ในครั้งนั้นก็ได้อธิบายไว้ว่า เว็บไซต์ยังคงมีความสำคัญอยู่โดยเฉพาะกับการองค์กรหรือธุรกิจที่จำเป็นต้องการสร้างหรือใส่ข้อมูลที่สำคัญ และเมื่อพูดถึงเว็บไซต์ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยตอนนี้ใครๆ ก็หันมาใช้ WordPress แทบทั้งสิ้น แม้กระทั่งองค์กรใหญ่ แรกเริ่มก็จะใช้พื้นฐานจาก WordPress ก่อนที่จะปรับแต่งรูปแบบและโครงสร้างให้เป็นไปตามที่ต้องการ

ทีนี้เมื่อพูดถึง WordPress ในระดับเบื้องต้นถึงการใช้งานในองค์กรระดับกลาง ที่อาจจะไม่ได้มีทีมไอทีหรือโปรแกรมเมอร์ในการปรับแต่งอะไรได้ตามต้องการทั้งหมด ยังคงใช้งานบนพื้นฐานของ Theme ที่เลือก มีเครื่องมือตัวหนึ่งที่อยากแนะนำให้ลองใช้กัน

เครื่องมือตัวนี้ถือว่าเป็นปลั๊กอินตัวหนึ่งใน WordPress มีชื่อว่า Visual Composer มีให้ใช้ทั้งเวอร์ชันฟรี และเสียเงิน และเวอร์ชันที่แถมมาให้กับธีม ถ้าอ่านบทความนี้เสร็จหรือมีโอกาสได้ลองใช้ ถ้าถูกใจแนะนำให้ใช้ตัวพรีเมียมไปเลยซึ่งเลือกใช้ได้ 2 วิธีคือ

– ซื้อปลั๊กอินต่างหาก (ส่วนจะนำไปใช้ได้กี่โดเมนให้ศึกษารายละเอียดจากผู้พัฒนา)

– เลือกธีมที่มีฟีเจอร์ Visual Composer มาให้ แต่ต้องอ่านเงื่อนไขดีๆ ว่า Visual Composer ที่แถมมาให้นั้นเป็นตัวพรีเมียมหรือว่าใช้งานได้ในระดับไหน สุดท้ายแล้วต้องเสียเงินซื้อเวอร์ชันเต็มเองหรือเปล่า

Visual Composer น่าสนใจอย่างไร

ความน่าสนใจของเครื่องมือตัวนี้คือการช่วยให้เราสามารถจัดการสิ่งต่างๆ ใน WordPress ได้สะดวกมากขึ้น อีกนัยหนึ่งก็คือ ช่วยให้เราจัดการกับ WordPress ได้อย่างใจมากขึ้น

เช่น ในการ Post บทความ จากเครื่องมือพื้นฐานของ WordPress ที่จะเป็นหน้าต่าง Editor เรียบๆ ที่สามารถพิมพ์ข้อความ ใส่ภาพ และอื่นๆ ได้ในหน้าต่างเดียว แต่เมื่อใช้ Visual Composer ในการสร้างบทความจะมีเครื่องมือให้เราสร้างเทมเพลตม บล็อก หรือการใส่ข้อมูลได้ยืดหยุ่นมากขึ้น ทำให้เราสามารถรูปแบบของการแสดงบทความได้หลากหลายและน่าสนใจมากขึ้น

หรือในการสร้าง Side Bar หรือ Footer ก็เช่นกัน การใส่ Widget การจัดการกับสิ่งต่างๆ จะทำให้เรามีความคล่องตัวมากขึ้น

อีกจุดหนึ่งคือ การสร้างหน้า Home Page แม้ว่า Theme ที่เลือกใช้จะไม่ได้มีรูปแบบการสร้างหน้า Home ให้เลือกมากนัก หรือว่ารูปแบบที่มีให้เลือกไม่ตอบโจทย์ ก็สามารถสร้างหน้า Home Page ตามที่ต้องการได้โดยใช้ Visual Composer

นี่เป็นความสามารถหลักๆ ซึ่งในรายละเอียดคุณสมบัติของปลั๊กอินตัวนี้ ยังสามารถทำอะไรได้อีกมาก หากสนใจลองเข้าไปศึกษากันดูได้ที่ https://visualcomposer.io/features/