Home Article National Steps Challenge กิจกรรมดีๆ ส่งเสริมสุขภาพประชาชนของสิงคโปร์

National Steps Challenge กิจกรรมดีๆ ส่งเสริมสุขภาพประชาชนของสิงคโปร์

101
0
SHARE

เห็นแล้วก็อิจฉาคุณภาพชีวิตดีๆ ของชาวสิงคโปร์ที่ได้รับและได้ใช้ชีวิตอยู่ภายใต้นโยบายดีๆ ของรัฐบาลที่นับว่าเป็นประเทศที่เจริญแล้ว โดยกิจกรรมหนึ่งที่อยากเขียนถึงในครั้งนี้ก็คือ National Steps Challenge

HealthHub แอปบันทึกสุขภาพประชาชน

กิจกรรมนี้ไม่ใช่สิ่งใหม่เสียทีเดียว เห็นว่าจัดกันครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว เป็นกิจกรรมส่งเสริมให้ประชาชนหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพและการออกกำลังกาย โดยกิจกรรมการส่งเสริมแบ่งเป็นหลายส่วนด้วยกันเช่น การพัฒนาแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า HealthHub ขึ้นมาให้ผู้คนดาวน์โหลดไปใช้เพื่อบันทึกข้อมูลส่วนตัวของตัวเองรวมถึงคนในครอบครัวด้วย เพศอะไร อายุเท่าไร น้ำหนัก ส่วนสูง ประวัติสุขภาพ ฯลฯ จากนั้นแอปพลิเคชันก็จะเก็บข้อมูลและประมวลผลเพื่อให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพ มีสาระความรู้เรื่องของอาหารการกินและการออกกำลังหายไว้แนะนำ และแอปพลิเคชั่นยังเชื่อมโยงประวัติทางการแพทย์ด้วย

National Steps Challenge กระตุ้นให้ผู้คนออกกำลังหายง่ายๆ ด้วยการ “เดิน”

เรื่องของการใช้แอปพลิเคชั่น HealthHub ว่าดีว่าน่าสนใจแล้ว กิจกรรมนี้เด็ดยิ่งกว่า National Steps Challenge ไม่ใช่แค่การแข่งขันการเดินหรือนับก้าวธรรมดาๆ เท่านั้น แต่นี่เป็นกิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกายด้วยการเดินระยะยาว

ใครสนใจสามารถไปลงทะเบียนเพื่อรับ HPB steps tracker ได้ฟรีเลย ไม่ต้องซื้อให้เสียเงิน แถมยังมีศูนย์ข้อมูลให้ติดต่อสอบถามการใช้งานหรือคำแนะนำต่างๆ ได้อีกด้วย

ลงทะเบียนแล้ว ได้รับ HPB steps tracker ก็เริ่มกิจกรรมครั้งนี้ได้เลย แม้ชื่อจะบอกว่าเป็นชาเลนจ์ แต่ก็ไม่ได้แข่งเอาเป็นเอาตายกับใคร แข่งกับตัวเองนี่แหละ เพียงแค่เดิน ๆ ๆ แล้วก็เดิน โดยรางวัลที่จะได้จากการเดินก็คือแต้มหรือ Point เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าจากร้านค้าต่างๆ ที่ร่วมโครงการหรือกิจกรรมนี้ ซึ่งเขาจะมีการกำหนดเรทเอาไว้ว่าจำนวนก้าวเท่าไรจะได้รับรางวัลหรือแต้มแค่ไหน เช่น 5,000 ก้าวจะได้ 10 Points, 7,500 ก้าวจะได้ 25 Points, 10,000 ก้าวจะได้ 40 Points ถ้าไม่เอาแต้มไปใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้า สามารถสะสมไว้แลกเป็นเงินก็ได้ โดย 750 Points แลกได้ 5 ดอลล่าร์สิงคโปร์

National Steps Challenge ซีซั่นที่ 3 นี้เริ่มตั้งแต่ 28 ตุลาคม 2017 จนถึง 30 เมษายน 2018

ถือเป็นกิจกรรมที่ดีและเป็นวิสัยทัศน์ที่น่าชื่อนชมของรัฐบาลสิงคโปร์ที่ลงทุนอะไรแบบนี้ เพราะสุดท้ายแล้วจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ประชากรแข็งแรง ขณะเดียวกันรัฐบาลก็จะรู้ประวัติสุขภาพของคนในประเทศและนำไปสู่การลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาลลงได้