Article
FinTech กระแสที่ต้องตามให้ทันเพราะการใช้เงินนับวันจะมีหลายรูปแบบ
FinTech กระแสที่ต้องตามให้ทันเพราะการใช้เงินนับวันจะมีหลายรูปแบบ

บทความโดย : กิตติ ภูวนิธิธนา

 

FinTech หรือ Financial Technology คำนี้ฟังดูอาจเหมือนเป็นเรื่งไกลตัว เป็นเรื่องของสถาบันการเงิน ก็จริงอยู่และแน่นอนว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินทั้งหลาย เช่น ธนาคาร เป็นต้น แต่ก็เกี่ยวข้องกับทุกๆ คนบนโลกใบนี้ที่ต้องการมีการจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าสิ่งของต่างๆ ด้วย

 

ที่ผ่านมาเราอาจได้ยินเกี่ยวกับกระแส FinTech ว่าจะมา Distrup หรือทำลายระบบของผู้ให้บริการทางการเงินแบบเดิมๆ จากการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เหล่าบรรดา Startup หรือนักธุรกิจรุ่นใหม่พัฒนาขึ้นมาซึ่งได้แก่ระบบหรือแอปพลิเคชั่นที่ช่วยอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการใช้จ่ายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างๆ โดยหลักการอำนวยความสะดวกของเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เหล่าบรรดา Startup พัฒนาขึ้นส่วนใหญ่แล้วก็จะไปลดบทบาทของตัวกลางที่ทำให้เกิดความยุ่งยากในการแลกเปลี่ยนเงินตราลงไป เช่น การโอนเงินไม่ว่าจะเป็นภายในประเทศหรือต่างประเทศก็ตาม

 

ที่ผ่านมาเวลาจะโอนเงินเราจะต้องทำผ่านธนาคารซึ่งมีความยุ่งยากและยังมีค่าธรรมเนียมอีกด้วย แต่เมื่อมีแอปพลิเคชันหรือช่องทางออนไลน์เข้ามาการโอนเงินทำได้สะดวกมากขึ้น นั่นหมายความว่าบทบาทหรืออีกนัยหนึ่งก็คือรายได้ของสถาบันการเงินกำลังจะลดลงและหายไป นี่เองเป็นเหตุผลให้เกิดการตื่นตัวอย่างมาก และทำให้ FinTech เป็นกระแสที่ได้รับการพูดถึงไปทั่วโลก

 

กลับมาที่ผู้บริโภคอย่างเราๆ ที่เป็นคนจับจ่ายใช้เงิน ทำไมจะต้องรู้เท่าทัน FinTech ประโยชน์ลำดับแรกก็คือความสะดวก และถ้ารู้จักใช้ไม่แน่อาจช่วยเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้ด้วย เพราะ FinTech ส่วนหนึ่งมีการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันที่มีการจัดโปรโมชั่นส่วนลดพิเศษมากมาย เช่น การชำระค่าสินค้าผ่าน e-Wallet การจ่ายค่าสาธารณูปโภคผ่าน e-Money เหล่านี้ล้วนเป็น FinTech ด้วยเหมือนกัน หลายคนอาจจะใช้อยู่แล้ว แต่คิดไม่ถึงและไม่รู้ว่านั่นก็คือฟินเทคอย่างหนึ่งนะ

 

ที่ล้ำขึ้นมาและกำลังได้รับการพูดถึงในตอนนี้ก็จะมีตู้รับแลกเปลี่ยนเงินของ PayPal ที่มีความพิเศษกว่าเอ็กเชนจ์รายอื่นๆ ก็คือ PayPal รับเหรียญด้วย ใครที่เคยไปต่างประเทศเวลาที่กลับมาเมืองไทยแล้วจะแลกต่างประเทศเป็นเงินบาทจะพบว่าผู้ให้บริการรับแลกเปลี่ยนเงินไม่รับเหรียญ จะรับแลกเฉพาะแบงค์เท่านั้น แต่ต่อไปนี้เหรียญที่เหลือใช้จากต่างประเทศจะไม่เสียเปล่า สามารถเอาไปแลกที่ PayPay ได้ แต่ PayPal ไม่ได้จ่ายเป็นเงินสดหรือเงินบาทกลับมานะ แต่จะคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนแล้วนำเงินเข้าไปเติมไว้ในบัญชีเพย์พอล สามารถเอาไปจับจ่ายซื้อสินค้าออนไลน์หรือใช้ชำระเงินที่ไหนก็ได้บนโลกใบนี้ที่เขารับชำระผ่าน PayPal อาจจะดูยุ่งยากไปสักหน่อย แต่อย่างน้อยเงินเศษสตางค์ที่เหลือกลับมาก็ยังมีค่ากว่าเก็บไว้เฉยๆ 

 

ตอนนี้ตู้แลกเงินของ PayPal ยังไม่มีตั้งในบ้านเรา แต่อีกไม่นานก็คงเข้ามาให้แลกกันได้ตามสนามบิน อีกรูปแบบหนึ่งอันนี้เป็นแนวคิดของ Startup บ้านเรา คล้ายๆ เพย์พอล แต่เปลี่ยนจากการรับแลกเหรียญแล้วนำเงินเข้าไปยังระบบ PayPay อันนี้จะนำเงินเข้าไปในระบบบิตคอยล์ ก็เป็นอีกสกุลเงินในโลกออนไลน์ที่นำไปจับจ่ายใช้สอยได้เหมือนกัน

จะเห็นว่าการใช้เงินต่อไปไม่ต้องมาจับต้องเหรียญหรือแบงค์ที่เป็นกระดาษกันอีกแล้ว เงินเป็นเพียงตัวเลขที่อยู่ในบัญชีหรือระบบใดๆ เท่านั้น ดังนั้นเพื่อให้เท่าทันการใช้เงินยุคใหม่ ต้องศึกษาและติดตามเทคโนโลยีทางการเงินหรือ FinTech เอาไว้ 

 
  กลับสู่หน้าแรก  

 
 

   

 
เนื้อหาอื่นๆในหมวด
<<< FinTech กระแสที่ต้องตามให้ทันเพราะการใช้เงินนับวันจะมีหลายรูปแบบ
<<< Gimbal Stabilizer จะซื้อทั้งทีต้องพิจารณาอะไรบ้าง
<<< ว่าด้วยเรื่องของไมค์เพื่อการ Live หรือถ่ายวีดีโอ
<<< สิ่งที่ควรรู้และเข้าใจในชื่อ “โดเมนเนม”
<<< Boeing เริ่มใช้ชิ้นส่วนจากกระบวนการพิมพ์ 3 มิติในการประกอบเครื่องบินแล้ว
<<< ทามะก็อตจิ ของเล่นยอดฮิตในวัยเด็กถูกนำกลับมาวางจำหน่ายแล้วอีกครั้ง
<<< เทียบให้ชัดระหว่าง Samsung Galaxy S8 กับ S8+ มีอะไรต่างกัน
<<< ทักทาย Bixby ผู้ช่วยอัจฉริยะใหม่จาก Samsung ที่เกิดมาเพื่อท้าทาย Siri
<<< Samsung Dex ไม้เด็ดที่เปลี่ยน Samsung Galaxy S8 และ S8+ เป็นคอมพิวเตอร์พีซีได้
<<< เปิดตัว Samsung Galaxy S8 และ S8+ เลอค่าด้วยจอไร้ขอบ และไร้ปุ่ม Home
 

   

 
Home  |   IT News  |   APP  |   Article  |   Games  |   TL Clip  |   TL On FM96.5  |   TL Service  |   Contact Us
Thaiload dot com Co., Ltd. 399 Level32 Interchange21 Sukhumvit Road North Klongtoey Wattana Bangkok 10110
Tel. 662-660-3856 Fax. 662-660-3881