Home NEWS ไมโครซอฟท์เปิดกว้าง ประกาศความพร้อมสนับสนุนนักพัฒนาทั่วไทย ดึงคลาวด์โซลูชั่นขับเคลื่อนธุรกิจ

ไมโครซอฟท์เปิดกว้าง ประกาศความพร้อมสนับสนุนนักพัฒนาทั่วไทย ดึงคลาวด์โซลูชั่นขับเคลื่อนธุรกิจ

439
0

ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เชิญชวนนักพัฒนาซอฟต์แวร์ทั่วไทย ร่วมนำทางภาคธุรกิจสู่โลกดิจิทัล พร้อมผสาน AI เป็นกลยุทธ์หลัก เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันของทุกภาคส่วน ในงาน Partner Innovation Conference ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ พร้อมชูศักยภาพของนวัตกรรมอัจฉริยะ AI และ IoT รวมถึง 3 โซลูชันเด่นบนแพลตฟอร์มคลาวด์ของไมโครซอฟท์ ในการช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพของทุกองค์กร และต่อยอดความสำเร็จของธุรกิจให้เติบโตก้าวหน้าต่อไป

ภายในงาน ไมโครซอฟท์ได้นำเสนอแนวทางการสนับสนุนพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทให้เติบโต ทั้งในเชิงความรู้ความสามารถ การสร้างความรับรู้ของผลิตภัณฑ์ บริการ และแบรนด์ และโอกาสในการขยายฐานลูกค้า พร้อมด้วยคำแนะนำในการผสมผสาน 3 แพลตฟอร์มและบริการคลาวด์เพื่อธุรกิจอย่าง อาซัวร์  Office 365 และ Dynamics 365 เพื่อให้พันธมิตรผู้พัฒนาและติดตั้งโซลูชันชั้นนำในประเทศไทยสามารถผลักดันลูกค้าในภาคธุรกิจให้ปฏิรูปการทำงานสู่รูปแบบดิจิทัลได้อย่างเต็มตัว

นายสมศักดิ์ มุกดาวรรณกร ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจองค์กร ขนาดกลาง ขนาดย่อม และบริหารพันธมิตร บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ไมโครซอฟท์มีความพร้อมที่จะให้การสนับสนุนผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และบริการต่างๆ อย่างครบวงจร นับตั้งแต่การให้คำปรึกษาในเชิงเทคนิค การนำผลิตภัณฑ์หรือบริการออกสู่ตลาด หรือแม้แต่การจับคู่พันธมิตรกับโอกาสและคู่ค้าที่เหมาะสมกัน โดยนักพัฒนาจะสามารถนำแพลตฟอร์มคลาวด์และ AI ที่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพของไมโครซอฟท์ไปประยุกต์ใช้ได้ในรูปแบบที่ตอบโจทย์ของตนเองมากที่สุด รองรับทุกแพลตฟอร์มเป้าหมายอย่างทั่วถึง” “รายงานวิจัยที่ไมโครซอฟท์จัดทำขึ้นร่วมกับไอดีซี เอเชียแปซิฟิก เมื่อไม่นานมานี้ พบว่าในประเทศไทย มีธุรกิจเพียง 26% เท่านั้นที่นำ AI มาเป็นหัวใจหลักในกลยุทธ์ทางธุรกิจแล้ว ตัวเลขนี้เป็นเครื่องสะท้อนถึงภาวะความพร้อมที่ยังต้องปรับปรุงอีกมากสำหรับธุรกิจในเมืองไทย แต่ขณะเดียวกันก็เป็นตัวบ่งบอกถึงโอกาสที่ยังเปิดกว้างสำหรับพันธมิตรของเราในการเข้าไปเติมเต็มความต้องการทางธุรกิจ และก้าวสู่ความสำเร็จไปพร้อมๆ กัน เพราะสำหรับไมโครซอฟท์แล้ว ความสำเร็จของลูกค้าและพันธมิตรคือตัววัดความสำเร็จของเรา

แพลตฟอร์มและบริการคลาวด์เพื่อธุรกิจทั้ง 3 ของไมโครซอฟท์ มอบทางเลือกและโอกาสให้กับผู้พัฒนาและติดตั้งโซลูชั่นมากมาย นับตั้งแต่การสร้างสรรค์ระบบ AI สำหรับสนับสนุนงานบริการลูกค้าหรือการจัดการสายการผลิตและสต็อกสินค้าบนแพลตฟอร์มคลาวด์ อาซัวร์ การยกระดับประสิทธิภาพของงานเอกสารแบบวันต่อวันด้วยตัวช่วยอัจฉริยะมากมายใน Office 365 หรือศักยภาพเต็มเปี่ยมในการวิเคราะห์ข้อมูลทุกรูปแบบเพื่อสรุปเป็นคำแนะนำสำหรับการตัดสินใจเชิงลึกในองค์กรด้วย Dynamics 365 โดยทีมผู้เชี่ยวชาญของไมโครซอฟท์พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการพัฒนาโซลูชั่นต่างๆ บนแพลตฟอร์มเหล่านี้ ควบคู่ไปกับการสร้างเสริมความเชี่ยวชาญของนักพัฒนาด้วยทรัพยากรทางเทคนิคที่เพียบพร้อม

ส่วนในด้านการตลาดและพัฒนาธุรกิจ ไมโครซอฟท์ยังยินดีเปิดให้พันธมิตรเข้ามาทำตลาดผลิตภัณฑ์และบริการร่วมกัน อันจะเป็นการเสริมสร้างความน่าเชื่อถือในตลาด และเปิดประตูไปสู่โอกาสใหม่ๆ ในการขยายฐานลูกค้าทั้งในและนอกประเทศ ครอบคลุมจนถึงการสนับสนุนการขายโซลูชั่นให้กับลูกค้าจนเสร็จสมบูรณ์

นายตฤบดี อรุณานนท์ชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มันนี่เทเบิล จำกัด (มหาชน) หนึ่งในพันธมิตรชั้นนำของไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ในด้านการพัฒนาแพลตฟอร์มด้านการบริหารงานบุคคลและด้านการเงิน เผยว่าผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และโซลูชั่นในตลาดไทยจำนวนมากมีศักยภาพที่โดดเด่นในการค้นหาและคว้าโอกาสทางธุรกิจมาไว้ในมือ แต่ยังคงต้องเผชิญความท้าทายอีกมากมายในการสานต่อให้โอกาสเหล่านี้กลายเป็นความสำเร็จที่จับต้องได้ การจับมือกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกอย่างไมโครซอฟท์ ช่วยให้มันนี่เทเบิลสามารถยกระดับการรับรู้แบรนด์และความน่าเชื่อถือของเราขึ้นมาได้ทันที ทั้งยังเปิดโอกาสให้บริษัทได้ขยายฐานลูกค้าผ่านทางกลุ่มลูกค้าที่ใช้โซลูชั่นและแพลตฟอร์มของไมโครซอฟท์อยู่แล้วเป็นทุนเดิม

นอกจากนี้ แรงสนับสนุนในด้านการตลาดแล้ว ไมโครซอฟท์ยังนำผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นอย่าง Power BI และ Office 365 เข้ามาเติมศักยภาพให้กับผลิตภัณฑ์ของเรา ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันบริการขอสินเชื่อสำหรับพนักงาน MoneyTable แพลตฟอร์มบริหารงานบุคคลแบบดิจิทัล HRTable หรือระบบสวัสดิการด้านการเงินครบวงจร DayCash ขณะเดียวกัน ไมโครซอฟท์ยังให้การสนับสนุนแผนงานขยายธุรกิจในระดับภูมิภาคของเราอย่างต่อเนื่องอีกด้วย โดยในขณะนี้ มันนี่เทเบิลมีแผนที่จะเปิดตัวในตลาดฟิลิปปินส์และเวียดนามร่วมกับไมโครซอฟท์ในช่วงไตรมาสที่ 3 นี้