Home Article Apple Special Event 2018 เปิดตัว iPhone Xs, Xs Max, Xr และ Apple...

Apple Special Event 2018 เปิดตัว iPhone Xs, Xs Max, Xr และ Apple Watch 4

127
0

เวียนมาบรรจบครบรอบอีกครั้งสำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple ในปี 2018 ที่เป็นเหมือนเสียงสัญญาณการตกรุ่นของผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวไปในปีที่แล้ว

ครั้งนี้เรายังอยู่กันที่ iPhone X หรือไอโฟนเท็น ทว่าเป็นเจนใหม่ที่มีรหัสต่อท้ายให้เลือกซื้อถึง 3 รุ่นย่อยนั่นคือ iPhone Xs เป็นรุ่นปกติ, iPhone Xs Max รุ่นหน้าจอใหญ่ และรุ่นราคาย่อมเยา iPhone Xr พ่วงด้วยนาฬิกาอัจฉริยะ Apple Watch 4

iPhone Xs

เริ่มกันที่ iPhone Xs (ไอโฟนเท็นเอส) ตัวเครื่องมีขนาด 143.6 x 70.9 x 7.7 มม. หน้าจอมีขนาด 5.8 นิ้ว มี 3 สีให้เลือกคือ สีเงิน สีเทา และสีทอง

ทางด้านสเปคในส่วนของชิปประมวลผลพูดได้ว่าเป็นชิปที่มีความแรงที่สุดบนสมาร์ทโฟนในตอนนี้กับชิป A12 Bionic (เดิม A11) ช่วยให้ประมวลผลได้เร็วขึ้น 15% ประมวลผล GPU เร็วขึ้น 50% แต่ประหยัดพลังงานได้ดีขึ้น 50%

ทางด้านหน้าจอขนาด 5.8 นิ้ว เป็นหน้าจอแบบ Super Retina มีความละเอียด  1125 x 2436 พิกเซล กล้องหลังยังเป็นกล้องคู่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล F1.8 พร้อม Tele Photo F2.4 กล้องหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล มาพร้อมการพัฒนาในเรื่องของการถ่ายภาพที่ดีขึ้น เช่น HDR ที่ดีขึ้น หรือการถ่ายภาพบุคคลที่สามารถละลายหลังได้ ความสามารถด้านวดีโอรองรับการถ่ายความละเอียดในระดับ 4K ที่เลือกได้ทั้ง 24 fps, 30 fps และ 60 fps

iPhone Xs Max

เปลี่ยนชื่อใหม่จาก Plus เป็น Max หมายถึงรุ่นหน้าจอใหญ่นั่นเอง ตัวเครื่องมีขนาด 157.5 x 77.4 x 7.7 มม. หน้าจอมีขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียดหน้าจอ 1242 x 2688 พิกเซล รายละเอียดในส่วนของกล้องและชิปประมวลผลเหมือนกันกับ iPhone Xs

สิ่งที่หลายคนอาจแปลกใจ แต่จะถูกใจหรือไม่ก็คงเป็นอีกเรื่องกับการที่ iPhone X รุ่นใหม่มาพร้อมกับช่องใส่ซิมแบบ Dual SIM หลายคนอาจชอบที่จะได้ใช้ 2 เบอร์บนไอโฟนเครื่องเดียวได้แล้ว ในขณะที่บางคนอาจรู้สึกว่า Apple ไม่น่าทำตาม Android เลย เรื่องของ Dual SIM นั้นจะขายเฉพาะที่จีนเท่านั้น สำหรับ Dual SIM ที่จะขายโดยทั่วไปรวมถึงบ้านเรา ซิมหนึ่งจะเป็น Nano SIM แบบปกติ ส่วนอีกซิมคือ eSIM ที่ไม่ได้มีซิมการ์ดจริงๆ เป็นการเพิ่มข้อมูลในทางซอฟร์แวร์ที่ใช้ร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ อย่าง Apple Watch

สำหรับความจุที่มีให้เลือก จะเริ่มตั้งแต่ 64GB, 256GB และ 512GB

อีกความโดดเด่นมากๆ ใน iPhone Xs และ iPhone Xs Max คงเป็นเรื่องของการรองรับเทคโนโลยี AR ที่มีการโชว์ถึงการเล่นเกมและใช้งานที่หลายๆ คนสามารถมาแจมกันได้ในโลกจริงที่ผสานกับโลกเสมือน มันน่าสนใจมาก

iPhone Xr

เป็นรุ่นราคาย่อมเยาว์ของ Apple แต่ก็คงยังถือว่าแพงอยู่ดีเมื่อเทียบกับ Android หลายๆ รุ่น แต่ถ้าชอบไอโฟนแต่ไม่สะดวกรุ่นที่ราคาสูงก็เลือก Xr ได้ คล้ายๆ กับ iPhone 5C นั่นแหละ แต่วัสดุจะดีกว่าเป็นอลูมิเนียมซีรีย์ 7000 ส่วนดีไซน์หน้าจอก็จะคล้ายกับ iPhone X ตัวเครื่องมีขนาด 150.9 x 75.7 x 8.3 มม. หน้าจอมีขนาด 6.1 นิ้ว

ทำงานด้วยชิป  A12 Bionic เช่นกัน กล้องหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล แต่จะไม่ใช่กล้องคู่เหมือนกับ iPhone Xs แต่ก็รองรับการถ่ายวิดีโอระดับ 4K และกล้องหน้าความละเอียด 7 ล้านพิเซล

เรื่องของสีตัวเครื่อง iPhone Xr จะต่างจาก iPhone Xs และ Xs Max เพราะสีสันจะสดใสและหลากหลายกว่า มีให้เลือกถึง 6 สีคือ แดง, เหลือง, ขาว, ดำ, ฟ้า และสี Coral (เหมือนจะเป็นสีโอโรส)

Apple Watch Series 4

Watch 4 มาพร้อมดีไซน์ใหม่และขนาดที่ใหญ่ขึ้นราว 30% มี 2 ขนาดให้เลือกคือ 40 มม. และ 44 มม. รวมทั้งยังมีการปรับรายละเอียดหลายจุดให้ทำงานได้ดีขึ้น ปุ่ม Digital Crown ด้านข้างไม่ได้มีเพียงขอบสีแดงที่ดูเด่นขึ้นแต่ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติที่สามารถสั่นเตือนได้ ตัวเครื่องสามารถรับสัญญาณโทรศัพท์ได้ดีขึ้น ลำโพงดังขึ้น ชิประมวลผลเป็น S4 ที่มีโปรเซสเวอร์ 64 บิต Dual-Core ที่ช่วยให้ประมวลผลได้เร็วขึ้น 2 เท่า

  • iPhone Xs ราคาอยู่ที่ 999$ เริ่มวางจำหน่าย 26 กันยายน
  • iPhone Xs Max ราคาอยู่ที่ ,1099$ เปิดให้จอง 21 กันยายน 2018 วางขาย 26 กันยายน 2018
  • iPhone Xr เริ่มอยู่ที่ 749$ เปิดให้จอง 19 ตุลาคม 2018 วางขาย 26 ตุลาคม 2018