Home Article แบตเตอรี่ Macbook Pro เตือนเมื่อไร ให้รีบเปลี่ยนก่อนบานปลาย

แบตเตอรี่ Macbook Pro เตือนเมื่อไร ให้รีบเปลี่ยนก่อนบานปลาย

1037
0

มีโอกาสได้ใช้คอมพิวเตอร์ของ Apple มาราวๆ 10 ปี เริ่มแรกใช้ iMac 21.5 นิ้ว ใช้ได้ราวๆ 4 ปีก็เปลี่ยนเป็น Macbook Pro Retina 2014 หน้าจอ 13 นิ้ว รุ่นพื้นที่จำกัดจำเขี่ยเป็น Flash Storage 128GB

ตอนที่ใช้ iMac ก็ชอบอยู่นะ จอใหญ่พอประมาณ ถ้า 27 นิ้วจะเพลินมาก (ดูหนังเพลินเลย งานการไม่ต้องทำ) อีกทั้งซุ่ทเสียงลำโพงในตัวก็ดีทีเดียว แต่ต้องที่คิดเปลี่ยนเพราะอยากมีไลฟ์สไตล์แบบว่าหยิบไปนั่งทำงานตรงไหนก็ได้ แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ได้ไปนั่งตรงไหนเท่าไรหรอก ก็นั่งติดโต๊ะทำงานเหมือนเดิมนั่นแหละ

ใช้ Macbook Pro เรื่อยมาแบบยาวๆ ภายใต้ความคุ้มครองของ Apple Care 3 ปี ระหว่างนั้นการใช้งานราบรื่นมาโดยตลอดและก็ไม่ได้คาดคิดอะไรจนใช้งานได้ระยะเวลาราวๆ 5 ปีเห็นจะได้เริ่มมีอาการผิดปกติที่จะต้องเสียตังค์ จริงๆ ก็คิดไว้อยู่แล้วว่าถ้าใช้ยาวๆ 5-6 ปีต้องโดนแน่ๆ แรกๆ ก็คิดว่าสบายๆ ถ้าใช้ทำงานหาเงินได้ 5-6 ปี บอร์ดจะเสีย จะจะดับ หรือจะมีปัญหาอะไรก็ช่าง จะราคาโหดแค่ไหนเราจ่ายได้ ถือว่าคุ้ม แต่พอถึงเวลาจริงๆ มันก็เป็นเรื่องที่ต้องคิดและหาข้อมูลอยู่เหมือนกัน

เบื้องต้นเลย 2 อาการที่เพิ่งเสียเงินไปหมาดๆ ก่อนมานั่งเขียนบทความนี้ก็คือ…

สายชาร์จ Macbook ขาด

ใครใช้ Macbook คงรู้ดี อาจจะยังไม่เสียไม่ขาดตอนนี้ แต่คงเริ่มเห็นแวว เพราะสายเส้นเล็กหรือที่เรียกว่า MagSafe (หรือเปล่า) มันจะมีอาการร่อแร่และในวันหนึ่งมันก็จะขาดจนไม่สามารถชาร์จได้ ถ้าใครพร้อมจ่าย เอาแบบดีๆ เลยก็ซื้อของแท้ Apple ใหม่ทั้งเส้น ราคา 2,850 บาท แต่ถ้าอยากประหยัดก็ไปให้ร้านเปลี่ยนสายเส้นเล็กให้ในราคา 800-890 บาท

Macbook แบตเตอรี่เสื่อม

ในเวลาเดียวกันแบตเตอรี่ก็เสื่อมแล้วด้วย (ได้เวลาเสียเงินพร้อมกันเลยนะ) จริงๆ ไม่รู้ตัวเลยว่าแบตเตอรี่เสื่อม ลืมคิดจริงๆ ปกติใช้งานอยู่กับบ้านเสียบสายชาร์จตลอดจนไม่ได้คิดเรื่องแบตเลย จนเมื่อเอาสายชาร์จไปซ่อมทางร้านบอกว่าแบตเตอรี่ก็เสื่อมแล้วนะ เอ้า 2 เด้ง

จึงอยากจะมาแชร์คนที่ใช้ Macbook ไม่ว่าจะเป็น Macbook Air, Macbook Pro หรือ Macbook รุ่นใหม่ๆ ก็ตามถ้าเครื่องมีอายุสัก 4-5-6 ปีแล้วก็ลองตรวจสอบสถานะของแบตเตอรี่ดูบ้างว่าถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนหรือยัง ระบบมันจะมีสถานะของแบตเตอรี่แจ้งให้เราทราบ

เผื่อว่าถ้าใครไม่รู้เหมือนผมหรือลืมคิดถึงเรื่องแบตก็ให้รู้ไว้ เพราะถ้าลืมจนเลยเถิดแบตจะบวมขึ้นเรื่อยๆ Macbook Pro ของผมบวมในระดับหนึ่งแล้ว ส่งผลให้เวลาพับหน้าจอลงเครื่องจะเผยอนิดๆ ไม่สนิทเรียบเหมือนปกติ (ก็ยังไม่เอะใจ) จนวันที่เอาสายชาร์จไปซ่อมนั่นแหละ โชคดีว่าพกเครื่องไปด้วย ช่างเห็นก็เลยทัก

หากปล่อยให้แบตบวมมากขึ้นอีก ยังไม่รู้ตัวหรือยังฝืนใช้ก็ตาม มันจะดันจน Trackpad เสียหายได้ คราวนี้ล่ะเรื่องใหญ่เลย และอาจลามไปถึงคีย์บอร์ดด้วย และร้ายแรงสุดก็คืออาจจะเกิดระเบิดได้

ก็เอาเป็นว่าถ้าตัวเครื่องมีอายุการใช้งานในระดับหนึ่งแล้วให้ตรวจสอบสถานะของแบตได้ง่ายๆ 2 วิธีคือ

  • คลิกที่ไอคอนรูปแบตเตอรี่ที่อยู่บนเมนูบาร์ของหน้าจอ ถ้าถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนมันจะขึ้นสถานะว่า Replace soon

  • คลิกที่ไอคอนรูปแอปเปิล > About This Mac > System Report > Power ดูตรงรายการ Condition ด้านซ้ายมือ ถ้าปกติมันจะแสดงสถานะ Normal ถ้าขึ้นว่า Replace soon ก็ให้เปลี่ยนได้แล้ว

ถ้ารู้ตัวเร็วว่าแบตเริ่มเสื่อมก็ยังใช้งานต่อไปได้สัก 1-2 เดือนหรืออาจลากยาวได้มากกว่านั้นอีกสักหน่อย ผมมานั่งๆ นึกดู ผมน่าจะลากมาหลายเดือนพอสมควร เอาเป็นว่าถ้าแบตยังไม่บวมก็ยังใช้ต่อไปได้เรื่อยๆ แต่อย่าเผลออย่าลืมจนบวมและส่งผลกับ Trackpad แค่นั้นแหละ

สำหรับการเปลี่ยนแบตเตอรี่ Macbook Pro แน่นอนผมสอบถามเฉพาะร้านที่รับซ่อมแมคทั่วไปเท่านั้น ไม่คิดจะเอาเข้าศูนย์แมคหรือแอปเปิลอยู่แล้ว ราคาค่าเปลี่ยนแบต Macbook ของร้านรับซ่อมแมคจากที่ถาม 5-6 ร้าน (อยากรู้เลยเช็กหลายที่ หาข้อมูลอื่นๆ เผื่อไว้ด้วย ไว้จะมาแชร์อีก) ราคาไม่เท่ากันมีตั้งแต่ 3,000 บาท จนถึง 4,390 บาทก็พิจารณาเอาเองนะครับจากความน่าเชื่อถือของร้าน ระยะทาง และการรับประกัน แต่การรับประกันส่วนใหญ่จะเท่าๆ กันนะคือ 3 เดือน

ตอนนี้ผมก็ซ่อมสายชาร์จรวมถึงเปลี่ยนแบต Macbook เรียบร้อย ใช้งานได้อย่างสุขใจเช่นเดิม แต่กำลังพิจารณาที่จะเพิ่มพื้นที่ของเครื่องสักหน่อย จาก 128GB เป็น 256GB หรือ 512GB เพื่อรองรับการงานในปัจจุบันที่ต้องใช้พื้นที่เยอะขึ้น

เรื่องการเพิ่มพื้นที่หรือการเปลี่ยน Flash Storage ให้กับ Macbook Pro ตอนแรกจะทำพร้อมกับตอนที่เปลี่ยนแบตอยู่แล้วเชียว แต่จากที่หาข้อมูลเยอะไปหน่อย เลยได้ข้อมูลบางอย่างที่ทำให้ต้องคิด (หนัก) ว่าจะเอายังไงดี เดี๋ยวแชร์เป็นข้อมูลในอีกบทความหนึ่งนะครับ