Home NEWS Apple ยอมลดราคาสายต่อ USB-C เป็นการชั่วคราว

Apple ยอมลดราคาสายต่อ USB-C เป็นการชั่วคราว

1596
0

ในความจริงแล้วการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้กับอุปกรณ์ต่างๆ ของเรานั้นเป็นเรื่องที่ดี แน่นอนว่ามันต้องเร็วกว่า ดีกว่า หรืออะไรก็ตามที่เหนือกว่าของเก่า (ไม่งั้นเขาจะทำมาทำไม?) ตัวอย่างเช่น USB-C ที่เร็วแรงและโอนถ่ายข้อมูลได้ทุกอย่างเหนือกว่า USB 3.0 หลายเท่า แต่ปัญหาของเทคโนโลยีใหม่เหล่านี้ก็มี โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่านที่เรียกได้ว่าชี้เป็นชี้ตายเลยว่าเทคโนโลยีตัวนั้นจะเกิดหรือจะดับกันแน่?

และปัญหานี้ก็เกิดขึ้นกับ MacBook Pro รุ่นใหม่ของ Apple ที่ยกเครื่องเปลี่ยนพอร์ตทุกช่องเป็น Thunderbolt 3 (USB-C) ทั้งหมด ไม่เหลือ USB ปกติให้เสียบเลยสักช่อง ซึ่งฟังดูใหม่ดูล้ำสมัย แต่ทว่าการใช้งานนั้นกลับยุ่งยากจนน่าปวดหัว เพราะ Apple ไม่แถมสายแปลง USB-C เป็น USB ปกติมาให้ ซ้ำร้าย iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ก็ยังใช้สาย Lightning ที่มีหางเป็นหัว USB ธรรมดา ทำให้ iPhone กับ MacBook Pro รุ่นใหม่ “ใช้งานด้วยกันไม่ได้!!!” คุณจำเป็นต้องซื้อหัวแปลง USB-C เป็น USB ปกติในราคา 19 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 700 บาท) เพิ่มโดยไม่จำเป็น และด้วยสารพัดเสียงด้านลบที่เกิดขึ้น ทำให้ Apple ตัดสินใจหั่นราคาสายต่อ USB-C ทั้งหลายลงเกือบครึ่ง เกือบทุกแบบเลยดังนี้

– อแดปเตอร์ USB-C เป็น USB จากราคา $19 เหลือ $9

– อแดปเตอร์ Thunderbolt 3 เป็น Thunderbolt 2 จากราคา $49 เป็น $29

– อแดปเตอร์ USB-C เป็น Digital AV จากราคา $69 เป็น $49

– อแดปเตอร์ USB-C เป็น VGA จากราคา $69 เป็น $49

– สาย USB-C to Lightning 1 เมตร จากราคา $25 เป็น $19

– สาย USB-C to Lightning 2 เมตร จากราคา $35 เป็น $29

รวมถึงอุปกรณ์เกี่ยวกับ USB-C ทั้งหมด ลดราคาลง 25% เป็นอย่างต่ำ ซึ่งถือเป็นมาตรการช่วยเหลือ (หรือเปล่า?) สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยจะลดราคาตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคมนี้เท่านั้น และไม่จำกัดว่าจะเป็นผู้ที่ใช้ MacBook Pro หรือไม่ คุณสามารถซื้อได้ทันทีที่ Apple Store และ Online Store (สำหรับประเทศไทยพบไม่มีการระบุว่าปรับราคาแล้วหรือไม่อย่างไร แต่ตอนนี้ สาย USB-C to Lightning 1 เมตร มีราคา 790 บาท)

อย่างไรก็ตาม การจะต่อ iPhone 7 (หรือรุ่นใดๆ) เข้ากับ MacBook Pro นั้นก็ดูเป็นเรื่องยุ่งยากอยู่ดี ยิ่ง iPhone 7 ไม่มีช่องหูฟัง 3.5 mm. ด้วยแล้วก็ยิ่งวุ่นวายเหมือนในภาพเข้าไปใหญ่เลยเชียวล่ะ!

ที่มา: Engadget , BGR